ภาพประกอบบทความหมวด E-commerce

ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรดี วิธีวัดผล E-commerce ให้ถูกต้อง

ROAS คืออะไร

ROAS หรือ Return on Ad Spend คือสัดส่วนระหว่างรายได้ที่เกิดจากโฆษณากับค่าโฆษณา ตัวอย่างเช่น ใช้งบ 100,000 บาท สร้างรายได้ 400,000 บาท จะมี ROAS เท่ากับ 4

ตัวเลขนี้ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแคมเปญได้ แต่ยังไม่ใช่กำไรสุทธิของธุรกิจ

ต้นทุนที่ ROAS ไม่ได้แสดง

รายได้จากโฆษณายังต้องหักต้นทุนหลายรายการ เช่น

  • ต้นทุนสินค้า
  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าจัดส่ง
  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน
  • ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม
  • ส่วนลดและของแถม
  • ค่าแรงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • สินค้าตีกลับหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ

ดังนั้น แคมเปญที่มี ROAS สูงอาจมีกำไรต่ำ หากใช้ส่วนลดมากหรือขายสินค้าที่มี Margin ต่ำ

ตัวเลขที่ E-commerce ควรติดตามร่วมกัน

นอกจาก ROAS ควรติดตาม Conversion Rate, Average Order Value, Customer Acquisition Cost, Gross Margin และ Repeat Purchase Rate

อีกตัวเลขสำคัญคือ Customer Lifetime Value ซึ่งสะท้อนรายได้จากลูกค้าตลอดช่วงเวลาที่ซื้อกับแบรนด์ ไม่ใช่เฉพาะออเดอร์แรก

ควรตั้งเป้า ROAS เท่าไร

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ แบรนด์ที่มี Margin สูงหรือมีอัตราซื้อซ้ำดี อาจยอมรับ ROAS ในการซื้อครั้งแรกที่ต่ำกว่าได้ เพราะสามารถสร้างกำไรจากคำสั่งซื้อในอนาคต

ในทางกลับกัน สินค้าที่มี Margin ต่ำและลูกค้าซื้อเพียงครั้งเดียว ต้องควบคุมค่าโฆษณาอย่างเข้มงวดกว่า

สรุป

ROAS เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ แต่ควรใช้ร่วมกับกำไรขั้นต้น ต้นทุนการหาลูกค้า และมูลค่าตลอดอายุลูกค้า เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาสอดคล้องกับผลกำไรจริง

Growth Syndicate ช่วยวิเคราะห์ Performance Marketing ตั้งแต่ค่าโฆษณา Conversion ไปจนถึง Unit Economics ของธุรกิจ E-commerce